Google Drive Sucks!

ปกติผมโคตรชอบใช้ Cloud Storage มาก ๆ เพราะว่ามันทำให้ชีวิตผมง่ายขึ้น ทุกวันนี้แทบไม่ต้องพกแฟลชไดรว์อะไรไปทำงานอะไรเลย แน่นอนว่าผมมีบัญชีของพวกนี้หลายตัว ทั้ง Microsoft Account (ซึ่งใช้บ่อยมาก), Google Account, Yahoo! Account ฯลฯ แต่สำหรับเรื่อง Cloud Storage ผมกลับเลือกใช้ OneDrive อันเดียว เพราะว่ามันง่ายสุด ใช้งานกับบน Windows Phone Windows 10 Mobile ได้อย่างสบายสุด ๆ แม้ว่าจะโคตรช้าก็เหอะ อย่างไรก็ดี ผมก็ยังต้องคลุกคลีกับ Google Drive ในบางที (แต่น้อยมาก ๆ เพราะเพื่อนที่เป็นสาวกใช้มัน รวมถึงในหน้า Press Resources ของบางเจ้าใช้ Google Drive ในการโยนไฟล์ขึ้นไป) ซึ่งผมไม่ค่อยมีปัญหาอยู่แล้ว แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว หลังจากได้ลองแตะ Google Drive แล้ว ผมสัมผัสได้ถึงความกาก (และโคตรกาก) ของมัน เพราะ algorithm ของมันไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการเปิดโฟลเดอร์ที่แชร์มาบนมือถือได้เลยแม้แต่น้อย เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ส่วนตัวมองว่า โคตรเบสิก เพราะเจ้าอื่น ๆ อย่าง OneDrive, Dropbox, Box ต่างก็ทำได้ทั้งนั้น แต่กูเกิลกลับไม่พยายามแก้ปัญหานี้เลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งนี้ จากวิศวกรของกูเกิลเองก็ได้ออกมาบ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า นับตั้งแต่ Sundra Pichai เริ่มมาดูแลฝ่าย Android, Chrome และ web service เขาได้ตัดสินใจทำหมัน Google Drive โดยทำให้มันห่วย ๆ (แต่คนก็ยังใช้) และมันก็เกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กรด้วย แน่นอนว่า ผมเคยบ่นเรื่องนี้ไปแล้วใน Storylog (ก่อนที่จะมาเปิดบล็อกเต็ม ๆ ในนี้) แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้แก้ไขเลยแม้แต่น้อย จุดอ่อนที่สุดของ Google Drive คือมันไม่ cross …

Continue Reading

ถึงไมโครซอฟท์ (อีกสักครั้ง): ทำสมาร์ทโฟนเรือธงที่มันมีอะไรเด่น ๆ กับเขาบ้าง

หมายเหตุ: แรกเริ่มเดิมที บล็อกนี้เป็นคอมเมนต์ที่ผมเขียนไว้ในโพสต์ของ อ.ศุภเดช ซึ่งเป็นพิธีกรไอทีคนหนึ่ง ที่ไม่ค่อยชอบ Windows Phone และมีอคติมาตั้งแต่สมัยที่มันมาไทยแรก ๆ แล้ว โพสต์นี้เป็นการนำคอมเมนต์ดังกล่าวมาขยายเป็นบล็อกตอนหนึ่งให้ผู้อ่านทุกท่านครับ ถึง ไมโครซอฟท์: ในฐานะคนคนหนึ่งที่ติดตามข่าวไมโครซอฟท์มาเป็นเวลานาน, ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์อย่างมาก และได้รู้จักคนภายในของไมโครซอฟท์ โดยเฉพาะแผนกมือถือ ผมขอพูดในสิ่งที่ผมอัดอั้นมาตลอดกับไมโครซอฟท์เกี่ยวกับ Windows Phone สักหน่อยนะครับ

Continue Reading

2 ปีที่หายไปในพันทิป เพราะสาเหตุเดียว ดราม่า Grammy VS. RS

อย่างที่หลายคนทรายกันว่าจริง ๆ แล้วผมเองก็ไม่ค่อยชอบค่าย RS ในยุคหลัง ๆ สักเท่าไร (จะเห็นได้จากการประกาศแบนช่อง 8, LINE Music, KamiKaze, RSiam รวมถึงด่าศิลปินในค่ายบ่อยครั้ง) จุดยืนผมชัดเจนมากในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา โดยผมเริ่มเกลียดค่ายนี้ตั้งแต่เพลงของวงไอ…น้ำ ซึ่งไม่ค่อยชอบเป็นทุนเดิม และเริ่มเกลียด KamiKaze แบบจริงจัง และด่าเรื่องการลอกศิลปินโน่นนี่มา แถมเพลงที่ห่วยแตกจนรับไม่ได้ของค่ายย่อยค่ายนี้ จนกระทบถึงการแบนค่ายใหญ่ ออกนอกทะเลมาไกลแล้ว… เข้าเรื่องกันดีกว่า

Continue Reading

สมาคมบล็อกเกอร์ในอุดมคติของผม

ผมเห็นทวีตของคุณมาร์คแห่ง Blognone ทวีตเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ส่วนตัวผมก็อยากให้มีสมาคมนี้นะ เพราะว่าดูเป็นเอกเทศ และการที่เป็นสมาชิกสมาคมบล็อกเกอร์นั้นก็น่าจะได้รับการยอมรับแบบเดียวกับสมาคมนักข่าว ว่าจะตั้งสมาคมบล็อกเกอร์ เตรียมสมัครเป็นตัวแทนสาขาอาชีพบล็อกเกอร์ในสภาประชาชน นโยบาย “1 idc 1 กองพันคุ้มกัน” #เลือกผมนะครับ— Isriya Paireepairit (@markpeak) 9 ธันวาคม 2013 ทุกวันนี้ผมเป็นบล็อกเกอร์แบบ freelance คือมีหลักแหล่งของตัวเองด้วย มีที่ฝังตัวประจำด้วย ผมเลือกที่จะเป็นบล็อกเกอร์มากกว่านักข่าวเพราะว่า  บล็อกเกอร์มีอิสระ ไม่จำเป็นต้องสังกัดใครก็ได้ ต่างกับนักข่าวที่เมื่อไม่มีที่สังกัดก็จะดูไม่ดี และขาดความน่าเชื่อถือ แม้ว่า source จะดีก็ตาม  บล็อกเกอร์ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่ ชาวบล็อกส่วนใหญ่มักจะทำงานหน้าคอม มีออกอีเวนต์บ้างเล็กน้อย บางคนก็อีเวนต์เสริมสวย บางคนก็อีเวนต์ไอที หรือบางคนก็ท่องเที่ยวบ้างก็มี แต่ส่วนตัวผมมองว่า บล็อกเกอร์เสี่ยงอันตราย “น้อยที่สุด” ในบรรดา journalist ทั้งหมด  บล็อกเกอร์ ไม่ต่างจากนักข่าว เพียงแต่มีหลักแหล่งเป็นของตัวเอง (คล้าย ๆ กับข้อ 1.)   บล็อกเกอร์ ไม่จำเป็นต้องเรียกว่าเป็นอาชีพ เพราะบล็อกเกอร์หลายรายก็มีงานประจำอยู่แล้ว เช่นคุณคงเดช (@kafaak) ก็เป็นคอลัมนิสต์ของนิตยาสารแห่งหนึ่ง, คุณมาร์คแห่ง Blognone ก็มีงานที่ กสทช. หรือแม้แต่ผมเองก็มีงานคือเรียนครับ (ฮา)  จากที่ว่ามาทั้งหมดนี้เหมือนกับว่าผม born to be a Blogger จริง ๆ นะครับ และด้วยวิถีทางที่ไม่ค่อยเข้ากับสมาคมเว็บมาสเตอร์สักเท่าไร จึงคิดอยากจะมีสมาคมบล็อกเกอร์ตั้งแยกมาเลย เพื่อบริหารงานด้านนี้โดยตรง  แล้วผมอยากเห็นอะไรในสมาคมนี้   ผมอยากเห็นการได้รับการยอมรับว่าบล็อกเกอร์อยู่ในระดับใกล้เคียงกับนักข่าว  บล็อกเกอร์ต้องมีอิสระ (ภายใต้ขอบเขต)  บล็อกเกอร์ต้องได้รับสิทธิ์คุ้มครองตามกฎหมาย  บล็อกเกอร์ต้องมีมาตรฐานเดียวกัน  บล็อกเกอร์จะเป็นใครก็ได้ ขอแค่คุณมีใจรักกับมัน  การได้รับการยอมรับในสังคมว่า บล็อกเกอร์ เป็นอาชีพรูปแบบหนึ่งที่มีอิสระ และปฏิบัติงานด้วยความพอใจของตัวเอง ภายใต้กรอบและระเบียบที่มีต่อสมาคม  นี่คือความคิดในอุดมคติของผม ถ้ามีใครคิดจะตั้งสมาคมนี้ อย่าลืมเรียกผมไปสมัครด้วยนะครับ  หมายเหตุ: ตอนนี้ยังไม่มีสมาคมนี้นะครับ ทั้งหมดนั้นเป็นคอนเซปต์ที่อยู่ดี ๆ มันแล่นในหัวผม ถ้าใครสนใจก็เอาไปใช้ได้ ไม่ต้องว่ากัน แต่ถ้าให้ผมเป็นกรรมการด้วยก็ขอบคุณมากครับ  ป.ล. ผมต้องขอบคุณคุณมาร์คแห่ง Blognone สำหรับแรงบันดาลใจในการคิดคอนเซปต์สมาคมบล็อกเกอร์ ในอุดมคติของผมด้วยครับ This content’s form kittananj.blogspot.com

Continue Reading