Year In Review 2016

เห็นหลายคนเล่นกันมาเยอะละ เลยถือโอกาสทำของตัวเองบ้างดีกว่า เพราะจริง ๆ ปีนี้ก็มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่เหนือความคาดหมายกับตัวผมมาก และนี่คือสรุปทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปีนี้ทั้งหมด Entry นี้จะแบ่งเป็นหน้า ๆ เพื่อให้อ่านง่าย ๆ นะครับ

Continue Reading

JustInMind Rants

ปกติแล้วผมเองมักจะร่างโมเดลต่าง ๆ ด้วยกระดาษพร้อมกับไอเดียต่าง ๆ ที่อยู่ในหัวทั้งหมด แต่ทว่า กลับมีงานหนึ่งที่ต้องการใช้งานด้านการทำโปรโตไทป์ของแอปจริง ๆ ขึ้นมา ซึ่งใช้ชื่อโปรเจกต์ว่า CookItUp และให้ทำบน prototyping tool ซึ่งสำหรับ Windows แล้ว โปรแกรมเดียวที่ดูแล้วใช้งานได้ดีที่สุดก็คงหนีไม่พ้น JustInMind (เพราะตัวอื่นอย่าง Sketch เองก็มีแค่บน Mac เท่านั้น และก็คงไร้วี่แววว่าจะมาบน Windows เลยแม้แต่น้อย) จริง ๆ ผมเองก็รู้จักกับเจ้า JustInMind มาสักพักแล้ว และลงไว้สำหรับโปรเจกต์ก่อนหน้านี้แล้ว (แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้ซะทีจน trial ก็หมดเกลี้ยงเรียบร้อย) และเมื่อมางานคราวนี้ก็ถือโอกาสปัดฝุ่นโปรแกรมนี้มาใช้งานจริง ๆ จัง ๆ ซะที ใช้ไปแรก ๆ ก็รู้สึก “โอเค” อยู่ระดับหนึ่ง แต่พอใช้ไปใช้มา เริ่มรู้สึกไม่โอเค และรู้สึกว่ามันไม่ “just in mind” ตามชื่อเท่าไรเลย ส่วนเหตุผลต่าง ๆ มีดังนี้ ไม่รองรับหน้าจอความละเอียดสูง อันนี้เป็นปัญหาที่ทำให้ผมปวดหัวที่สุดเมื่อใช้งาน JustInMind เพราะตัวอักษรก็เล็ก โปรแกรมก็ไม่สเกลสักที ลองใช้โค้ดสเกลแล้วก็ใช้ไม่ได้สักที ยกเว้นตัวเดียวที่สเกลได้คือตัว simulator ซึ่งก็ไม่มีผลอยู่ดีเพราะว่ามันใช้เฟรมเวิร์กจาก Chrome Portable แน่นอนว่ามีผู้ใช้หลายคนบ่นเหมือนกัน แล้วทางแก้ละ? ให้ส่งอีเมล์ไปขอเวอร์ชั่นสเกลหน้าจอมาใช้แก้ขัดแทน ประเด็นคือ ทำไมพี่ไม่ยัดโค้ดตรงนี้มาใน current branch เลยล่ะพี่ ==” ทำ UI คล้ายกับ Photoshop แต่ใช้งานแบบ Photoshop ที่คุ้นเคยไม่ได้ อันนี้เป็นสิ่งที่ผมขัดใจเอามาก ๆ เพราะตัว user interface ของส่วนประกอบต่าง ๆ ในโปรแกรม ล้วนออกแบบมาให้คล้ายกับ Adobe Photoshop มาซะอย่างมาก (เรียกว่าก็อบมาเลยดีกว่ามั้ง?) ทว่า ดีไซน์ที่ใกล้เคียงกับ Photoshop แบบนี้ กลับไม่ได้พ่วง …

Continue Reading

Google Drive Sucks!

ปกติผมโคตรชอบใช้ Cloud Storage มาก ๆ เพราะว่ามันทำให้ชีวิตผมง่ายขึ้น ทุกวันนี้แทบไม่ต้องพกแฟลชไดรว์อะไรไปทำงานอะไรเลย แน่นอนว่าผมมีบัญชีของพวกนี้หลายตัว ทั้ง Microsoft Account (ซึ่งใช้บ่อยมาก), Google Account, Yahoo! Account ฯลฯ แต่สำหรับเรื่อง Cloud Storage ผมกลับเลือกใช้ OneDrive อันเดียว เพราะว่ามันง่ายสุด ใช้งานกับบน Windows Phone Windows 10 Mobile ได้อย่างสบายสุด ๆ แม้ว่าจะโคตรช้าก็เหอะ อย่างไรก็ดี ผมก็ยังต้องคลุกคลีกับ Google Drive ในบางที (แต่น้อยมาก ๆ เพราะเพื่อนที่เป็นสาวกใช้มัน รวมถึงในหน้า Press Resources ของบางเจ้าใช้ Google Drive ในการโยนไฟล์ขึ้นไป) ซึ่งผมไม่ค่อยมีปัญหาอยู่แล้ว แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว หลังจากได้ลองแตะ Google Drive แล้ว ผมสัมผัสได้ถึงความกาก (และโคตรกาก) ของมัน เพราะ algorithm ของมันไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการเปิดโฟลเดอร์ที่แชร์มาบนมือถือได้เลยแม้แต่น้อย เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ส่วนตัวมองว่า โคตรเบสิก เพราะเจ้าอื่น ๆ อย่าง OneDrive, Dropbox, Box ต่างก็ทำได้ทั้งนั้น แต่กูเกิลกลับไม่พยายามแก้ปัญหานี้เลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งนี้ จากวิศวกรของกูเกิลเองก็ได้ออกมาบ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า นับตั้งแต่ Sundra Pichai เริ่มมาดูแลฝ่าย Android, Chrome และ web service เขาได้ตัดสินใจทำหมัน Google Drive โดยทำให้มันห่วย ๆ (แต่คนก็ยังใช้) และมันก็เกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กรด้วย แน่นอนว่า ผมเคยบ่นเรื่องนี้ไปแล้วใน Storylog (ก่อนที่จะมาเปิดบล็อกเต็ม ๆ ในนี้) แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้แก้ไขเลยแม้แต่น้อย จุดอ่อนที่สุดของ Google Drive คือมันไม่ cross …

Continue Reading

ถึงไมโครซอฟท์ (อีกสักครั้ง): ทำสมาร์ทโฟนเรือธงที่มันมีอะไรเด่น ๆ กับเขาบ้าง

หมายเหตุ: แรกเริ่มเดิมที บล็อกนี้เป็นคอมเมนต์ที่ผมเขียนไว้ในโพสต์ของ อ.ศุภเดช ซึ่งเป็นพิธีกรไอทีคนหนึ่ง ที่ไม่ค่อยชอบ Windows Phone และมีอคติมาตั้งแต่สมัยที่มันมาไทยแรก ๆ แล้ว โพสต์นี้เป็นการนำคอมเมนต์ดังกล่าวมาขยายเป็นบล็อกตอนหนึ่งให้ผู้อ่านทุกท่านครับ ถึง ไมโครซอฟท์: ในฐานะคนคนหนึ่งที่ติดตามข่าวไมโครซอฟท์มาเป็นเวลานาน, ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์อย่างมาก และได้รู้จักคนภายในของไมโครซอฟท์ โดยเฉพาะแผนกมือถือ ผมขอพูดในสิ่งที่ผมอัดอั้นมาตลอดกับไมโครซอฟท์เกี่ยวกับ Windows Phone สักหน่อยนะครับ

Continue Reading

2 ปีที่หายไปในพันทิป เพราะสาเหตุเดียว ดราม่า Grammy VS. RS

อย่างที่หลายคนทรายกันว่าจริง ๆ แล้วผมเองก็ไม่ค่อยชอบค่าย RS ในยุคหลัง ๆ สักเท่าไร (จะเห็นได้จากการประกาศแบนช่อง 8, LINE Music, KamiKaze, RSiam รวมถึงด่าศิลปินในค่ายบ่อยครั้ง) จุดยืนผมชัดเจนมากในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา โดยผมเริ่มเกลียดค่ายนี้ตั้งแต่เพลงของวงไอ…น้ำ ซึ่งไม่ค่อยชอบเป็นทุนเดิม และเริ่มเกลียด KamiKaze แบบจริงจัง และด่าเรื่องการลอกศิลปินโน่นนี่มา แถมเพลงที่ห่วยแตกจนรับไม่ได้ของค่ายย่อยค่ายนี้ จนกระทบถึงการแบนค่ายใหญ่ ออกนอกทะเลมาไกลแล้ว… เข้าเรื่องกันดีกว่า

Continue Reading

จะอยู่ได้ไหมหากไม่มี 7-Eleven

เครดิตภาพ: http://webboard.edtguide.com/forum.php?mod=viewthread&tid=37117 เมื่อ 2 ปีก่อน ผมเคยเขียนโพสต์ในบล็อกตัวนี้เพื่อชี้ว่าดีล CP + Makro ไม่ควรเกิดขึ้น ซึ่งในบทความนั้นมีทั้ง fact ผสมอีโมด้วย (ใครเพิ่งอ่านโพสต์นั้นก็ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ) แต่ที่แน่ ๆ คือ เจ้าสัวกับเจ้าของ Makro เขาซี้กันเลยดีลสะดวก ย้อนกลับมาที่ปัจจุบันดีกว่า เมื่อไม่นานมานี้เองก็มีข่าวดราม่าเกี่ยวกับการแบนร้านสะดวกซื้อชื่อดังอย่าง 7-Eleven ในไทยเป็นเวลา 5 วันตั้งแต่วันที่ 7-11 พฤษภาคม (เพื่อล้อกับชื่อร้านที่มีสองเลขนี้) แน่นนอนว่างวดนี้ผมไม่ได้เอี่ยวด้วย เพราะว่าผมคงไม่มีกำลังพอที่จะลุยเรื่องนี้ได้ เมื่อเทียบกับชาวบ้านที่กำลังดีกว่า ร้อนถึงทางซีพีที่รู้สึกถึงพลังงานและแรงกดดันจากภาคชาวโซเชียลที่นับวันยิ่งรุนแรงขึ้น (นับตั้งแต่กรณี สยามบานาน่า, เฮาส์แบรนด์ลอกแบรนด์ดัง ฯลฯ) ออกมาสยบข่าวเป็นประจำทุกสัปดาห์ จนฝ่ายพีอาร์อาจจะถึงขั้นกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ต้องรับโทรศัพท์ ปรับทุกข์กับนักข่าว กันเลยทีเดียว ส่วนเรื่องที่ปรับทุกข์ ก็คงเรื่องเดิม ๆ เช่น ประเด็นก็อบของ, สินค้าห่วย, หวยในเซเว่น หรือแม้กระทั่งเรื่องดีลเทสโก้ โลตัส ที่ดูเหมือนว่าซีพีจะพยายามเจรจาขอซื้อคืนอยู่ (โดยอ้างว่า ซีพีเนี่ยแหละที่ทำทั้ง แมคโคร และโลตัส ในไทย ก่อนที่จะขายกิจการไปให้กับเจ้าอื่น ซึ่งโลตัสเนี่ยใช่ แต่แมคโครไม่มีข้อมูล ถ้าใครทราบข้อมูลช่วยคอมเมนต์มาด้านล่างด้วยครับ) จนตอนนี้ ผ่านไปหนึ่งวันเต็ม เนื่องจากผมไม่ได้เข้าร้านสะดวกซื้อเลยในช่วงนี้เลยไม่ได้สังเกตว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร (แถมช่วงนี้ไม่ได้ผ่านหน้าเซเว่นด้วย) แต่ผมเชื่อว่าหลายคนเองก็อยากจะร่วมกระบวนการแบน 7-Eleven ห้าวันตามกระแส แต่ติดปัญหาว่า ตัวเองพึ่งเซเว่นมาตลอดชีวิต (หรือว่าขาดไม่ได้ถ้าไม่มีมัน) วันนี้ ผมเลยขอเสนอการใช้ชีวิตที่ปราศจากเซเว่นในกรณีต่าง ๆ ดังนี้ครับ ในกรณีที่ร้านสะดวกซื้อมีมากมายหลายเจ้าในระแวกที่เราอยู่ หรือพบเจอบ่อย งานนี้หวานหมูครับ เพราะว่ามีร้านค้าอื่น ๆ ให้แอ้มอีกมากมาย แต่ที่จะมาแนะนำนี้มีอยู่ไม่กี่เจ้าครับ 1. Family Mart ผมเป็นแฟนประจำของร้านนี้เลยครับ เพราะว่าของในนั้นแม้จะมีบางอย่างไม่เยอะเท่าเซเว่น แต่ของค่อนข้างหลากหลายและมีเอกลักษณ์ ปัจจุบัน เจ้าของคือกลุ่มเซ็นทรัล และเมื่อมันอยู่ในกลุ่มเซ็นทรัล แน่นอนว่าสามารถใช้ The 1 Card ได้ และนับตั้งแต่มันใช้ The 1 Card ได้นั้น …

Continue Reading

หายไปไหนนาน

สำหรับคนที่กด subscribe บล็อกของผม เห็นโพสต์นี้แล้วหลายคนแปลกใจว่าทำไมผมหายไปไหนมาตั้งนาน คำตอบสั้น ๆ คือ account โดน suspend ชั่วคราวครับ (หายไปเป็นปีเลย) ตอนนี้กลับมาแล้วครับ แต่อาจจะเขียนนาน ๆ ที ถ้าหากท่านอยากติดตามแบบเต็ม ๆ แนะนำให้กด follow ใน Twitter @Be1con ไปก่อนได้ครับ (บ่นพร่ามยาวเป็นประจำ (ฮา))

Continue Reading

สมาคมบล็อกเกอร์ในอุดมคติของผม

ผมเห็นทวีตของคุณมาร์คแห่ง Blognone ทวีตเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ส่วนตัวผมก็อยากให้มีสมาคมนี้นะ เพราะว่าดูเป็นเอกเทศ และการที่เป็นสมาชิกสมาคมบล็อกเกอร์นั้นก็น่าจะได้รับการยอมรับแบบเดียวกับสมาคมนักข่าว ว่าจะตั้งสมาคมบล็อกเกอร์ เตรียมสมัครเป็นตัวแทนสาขาอาชีพบล็อกเกอร์ในสภาประชาชน นโยบาย “1 idc 1 กองพันคุ้มกัน” #เลือกผมนะครับ— Isriya Paireepairit (@markpeak) 9 ธันวาคม 2013 ทุกวันนี้ผมเป็นบล็อกเกอร์แบบ freelance คือมีหลักแหล่งของตัวเองด้วย มีที่ฝังตัวประจำด้วย ผมเลือกที่จะเป็นบล็อกเกอร์มากกว่านักข่าวเพราะว่า  บล็อกเกอร์มีอิสระ ไม่จำเป็นต้องสังกัดใครก็ได้ ต่างกับนักข่าวที่เมื่อไม่มีที่สังกัดก็จะดูไม่ดี และขาดความน่าเชื่อถือ แม้ว่า source จะดีก็ตาม  บล็อกเกอร์ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่ ชาวบล็อกส่วนใหญ่มักจะทำงานหน้าคอม มีออกอีเวนต์บ้างเล็กน้อย บางคนก็อีเวนต์เสริมสวย บางคนก็อีเวนต์ไอที หรือบางคนก็ท่องเที่ยวบ้างก็มี แต่ส่วนตัวผมมองว่า บล็อกเกอร์เสี่ยงอันตราย “น้อยที่สุด” ในบรรดา journalist ทั้งหมด  บล็อกเกอร์ ไม่ต่างจากนักข่าว เพียงแต่มีหลักแหล่งเป็นของตัวเอง (คล้าย ๆ กับข้อ 1.)   บล็อกเกอร์ ไม่จำเป็นต้องเรียกว่าเป็นอาชีพ เพราะบล็อกเกอร์หลายรายก็มีงานประจำอยู่แล้ว เช่นคุณคงเดช (@kafaak) ก็เป็นคอลัมนิสต์ของนิตยาสารแห่งหนึ่ง, คุณมาร์คแห่ง Blognone ก็มีงานที่ กสทช. หรือแม้แต่ผมเองก็มีงานคือเรียนครับ (ฮา)  จากที่ว่ามาทั้งหมดนี้เหมือนกับว่าผม born to be a Blogger จริง ๆ นะครับ และด้วยวิถีทางที่ไม่ค่อยเข้ากับสมาคมเว็บมาสเตอร์สักเท่าไร จึงคิดอยากจะมีสมาคมบล็อกเกอร์ตั้งแยกมาเลย เพื่อบริหารงานด้านนี้โดยตรง  แล้วผมอยากเห็นอะไรในสมาคมนี้   ผมอยากเห็นการได้รับการยอมรับว่าบล็อกเกอร์อยู่ในระดับใกล้เคียงกับนักข่าว  บล็อกเกอร์ต้องมีอิสระ (ภายใต้ขอบเขต)  บล็อกเกอร์ต้องได้รับสิทธิ์คุ้มครองตามกฎหมาย  บล็อกเกอร์ต้องมีมาตรฐานเดียวกัน  บล็อกเกอร์จะเป็นใครก็ได้ ขอแค่คุณมีใจรักกับมัน  การได้รับการยอมรับในสังคมว่า บล็อกเกอร์ เป็นอาชีพรูปแบบหนึ่งที่มีอิสระ และปฏิบัติงานด้วยความพอใจของตัวเอง ภายใต้กรอบและระเบียบที่มีต่อสมาคม  นี่คือความคิดในอุดมคติของผม ถ้ามีใครคิดจะตั้งสมาคมนี้ อย่าลืมเรียกผมไปสมัครด้วยนะครับ  หมายเหตุ: ตอนนี้ยังไม่มีสมาคมนี้นะครับ ทั้งหมดนั้นเป็นคอนเซปต์ที่อยู่ดี ๆ มันแล่นในหัวผม ถ้าใครสนใจก็เอาไปใช้ได้ ไม่ต้องว่ากัน แต่ถ้าให้ผมเป็นกรรมการด้วยก็ขอบคุณมากครับ  ป.ล. ผมต้องขอบคุณคุณมาร์คแห่ง Blognone สำหรับแรงบันดาลใจในการคิดคอนเซปต์สมาคมบล็อกเกอร์ ในอุดมคติของผมด้วยครับ This content’s form kittananj.blogspot.com

Continue Reading

Facebook กับ Promoted Post

จากกรณีที่ Facebook จะค่อย ๆ ลดจำนวนคนเข้าชมเพจลงไปเรื่อย ๆ เพื่อผลักดันให้แอดมินเพจเข้าซื้อโฆษณาบน Facebook มากขึ้น ส่วนตัวมองแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลยกับการกระทำของ Facebook ที่เริ่มบีบคั้นให้คนซื้อโฆษณาใน Facebook มากขึ้น ซึ่งเท่ากับว่า ต่อไปนี้เวลาเราจะทำเพจ ก็ไม่ใช่เพจที่คนทั่วไปทำได้ ต้องมีเงินทุนมากพอ และมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องกับทุกโพสต์ เท่ากับว่า จะทำให้แอดมินในแต่ละเพจเริ่ม “ไม่เห็นโอกาส” ของการเติบโตใน Facebook (แต่ถ้าหากเป็นพวกเหล่านักลงทุนต่างก็จะบอกแต่ว่าลงทุนไปเหอะ คุ้ม! แต่ในแง่ของแอดมินที่เป็น normal user จะเห็นว่าไม่คุ้มทุนกับการเริ่มทำธุรกิจเล็ก ๆ) สำหรับผมแล้วผมก็มองว่าไม่คุ้ม และ Facebook ก็เริ่มขูดรีดเหล่าแอดมินมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดแล้ว จากที่เคยเป็นเพจที่สร้างขึ้นมาง่าย ๆ ไม่กี่คลิก กลายเป็นว่าต้องเตรียมเงิน เตรียมบัตรเครดิต เตรียมสปอนเซอร์ต่าง ๆ ส่วนข้ออ้างที่ Facebook บอกว่า การทำแบบนี้จะทำให้คนสามารถเห็น content ที่จากที่ต่าง ๆ มากขึ้น เป็นความคิดที่ผิดมากสำหรับ Facebook เพราะจากที่สิ่งที่คุณทำ มันไม่เป็นผลดีต่อ Facebook เลยแม้แต่น้อย สุดท้ายโลกของ Facebook ก็จะมีแต่ โฆษณา โฆษณา โฆษณา โฆษณา และโฆษณา ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น คนก็อาจจะย้ายไปที่อื่นเช่น Twitter หรือ Google+ ไปแล้วก็ได้ This content’s form kittananj.blogspot.com

Continue Reading
FILED UNDER: WTF

เราเกลียดโซนี่

จั่วหัวไว้ดักสาวกโดยเฉพาะเลยครับ จริง ๆ เราไม่ได้เกลียดโซนี่มากถึงขนาดต้องแบนยี่ห้อนี้ แต่นับวันสาวกอารยธรรม (คณะบริหารก็ด้วย) ก็เริ่มสร้างความไม่พอใจกับตัวผมมากขึ้นเรื่อย ๆ เคสแรกคือ “สาวก” ใช่ครับสาวก สาวกโซนี่ (โดยเฉพาะใน Blognone) มีนิสัยที่ค่อนข้างแย่ และเกรียน แขวะคนอื่นไปทั่ว แถมไม่ลืมหูลืมตาดูความจริงอีกต่างหาก เคสที่สอง ผู้บริหารที่สร้างความน่าหมั่นไส้มากขึ้นทุกวัน ยกตัวอย่างเช่นกรณีที่โซนี่ไล่แขวะ Xbox One ทุกวัน จนผมรู้สึกว่ามันคล้าย ๆ กับนักการเมืองในไทยบางคนนะ (อุ๊ย! ลืมไปว่าแถวนี้มีคนไปดูนักการเมืองกลุ่มนี้อยู่นิหว่า) แค่สองเคสนี้ ผมก็หมดศรัทธากับโซนี่แล้วครับ (โดยเฉพาะ PlayStation ส่วนตัวผลิตภัณฑ์อื่นซื้อได้ แต่ถ้า PlayStation 4 กับ Xperia คงไม่ซื้อแน่ ๆ ครับ) This content’s form kittananj.blogspot.com

Continue Reading
FILED UNDER: WTF