ถึงไมโครซอฟท์ (อีกสักครั้ง): ทำสมาร์ทโฟนเรือธงที่มันมีอะไรเด่น ๆ กับเขาบ้าง

หมายเหตุ: แรกเริ่มเดิมที บล็อกนี้เป็นคอมเมนต์ที่ผมเขียนไว้ในโพสต์ของ อ.ศุภเดช ซึ่งเป็นพิธีกรไอทีคนหนึ่ง ที่ไม่ค่อยชอบ Windows Phone และมีอคติมาตั้งแต่สมัยที่มันมาไทยแรก ๆ แล้ว โพสต์นี้เป็นการนำคอมเมนต์ดังกล่าวมาขยายเป็นบล็อกตอนหนึ่งให้ผู้อ่านทุกท่านครับ ถึง ไมโครซอฟท์: ในฐานะคนคนหนึ่งที่ติดตามข่าวไมโครซอฟท์มาเป็นเวลานาน, ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์อย่างมาก และได้รู้จักคนภายในของไมโครซอฟท์ โดยเฉพาะแผนกมือถือ ผมขอพูดในสิ่งที่ผมอัดอั้นมาตลอดกับไมโครซอฟท์เกี่ยวกับ Windows Phone สักหน่อยนะครับ

Continue Reading

ถึงเวลาที่จะโฟกัสในสิ่งที่ทำอยู่แล้ว

ที่ผ่านมาผมได้จับฉ่าย สะเปะสะปะเกี่ยวกับการทำเว็บอยู่พักใหญ่ (ตั้งแต่ปี 2011 เลยก็ว่าได้ที่ทำเว็บแรกอย่าง MakeTech, ยันมาจดโดเมน SayHiIT.com) ผ่านมาสู่ยุค LumiaClub.in.th และ WindowsMove.com อย่างทุกวันนี้ ตอนนี้ผมตัดสินใจปรับแผนการณ์ใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่ต้องมารับภาระให้โฟกัสโน่น โฟกัสนี่เต็มไปหมด กลับมาโฟกัสที่ 3 จุดใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นคีย์สำคัญของยุคนี้ คือ Content, Connect และ Convergence Content ณ เวลานี้คือสิ่งที่สำคัญมากในยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้าถึงทุกคน การสร้างคุณภาพของคอนเทนต์คือสิ่งที่สำคัญ เลิกคิดเรื่องการทำเว็บแนวจับฉ่ายได้เลย เพราะผมไม่ทำ (ยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น)

Continue Reading

2 ปีที่หายไปในพันทิป เพราะสาเหตุเดียว ดราม่า Grammy VS. RS

อย่างที่หลายคนทรายกันว่าจริง ๆ แล้วผมเองก็ไม่ค่อยชอบค่าย RS ในยุคหลัง ๆ สักเท่าไร (จะเห็นได้จากการประกาศแบนช่อง 8, LINE Music, KamiKaze, RSiam รวมถึงด่าศิลปินในค่ายบ่อยครั้ง) จุดยืนผมชัดเจนมากในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา โดยผมเริ่มเกลียดค่ายนี้ตั้งแต่เพลงของวงไอ…น้ำ ซึ่งไม่ค่อยชอบเป็นทุนเดิม และเริ่มเกลียด KamiKaze แบบจริงจัง และด่าเรื่องการลอกศิลปินโน่นนี่มา แถมเพลงที่ห่วยแตกจนรับไม่ได้ของค่ายย่อยค่ายนี้ จนกระทบถึงการแบนค่ายใหญ่ ออกนอกทะเลมาไกลแล้ว… เข้าเรื่องกันดีกว่า

Continue Reading

จะอยู่ได้ไหมหากไม่มี 7-Eleven

เครดิตภาพ: http://webboard.edtguide.com/forum.php?mod=viewthread&tid=37117 เมื่อ 2 ปีก่อน ผมเคยเขียนโพสต์ในบล็อกตัวนี้เพื่อชี้ว่าดีล CP + Makro ไม่ควรเกิดขึ้น ซึ่งในบทความนั้นมีทั้ง fact ผสมอีโมด้วย (ใครเพิ่งอ่านโพสต์นั้นก็ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ) แต่ที่แน่ ๆ คือ เจ้าสัวกับเจ้าของ Makro เขาซี้กันเลยดีลสะดวก ย้อนกลับมาที่ปัจจุบันดีกว่า เมื่อไม่นานมานี้เองก็มีข่าวดราม่าเกี่ยวกับการแบนร้านสะดวกซื้อชื่อดังอย่าง 7-Eleven ในไทยเป็นเวลา 5 วันตั้งแต่วันที่ 7-11 พฤษภาคม (เพื่อล้อกับชื่อร้านที่มีสองเลขนี้) แน่นนอนว่างวดนี้ผมไม่ได้เอี่ยวด้วย เพราะว่าผมคงไม่มีกำลังพอที่จะลุยเรื่องนี้ได้ เมื่อเทียบกับชาวบ้านที่กำลังดีกว่า ร้อนถึงทางซีพีที่รู้สึกถึงพลังงานและแรงกดดันจากภาคชาวโซเชียลที่นับวันยิ่งรุนแรงขึ้น (นับตั้งแต่กรณี สยามบานาน่า, เฮาส์แบรนด์ลอกแบรนด์ดัง ฯลฯ) ออกมาสยบข่าวเป็นประจำทุกสัปดาห์ จนฝ่ายพีอาร์อาจจะถึงขั้นกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ต้องรับโทรศัพท์ ปรับทุกข์กับนักข่าว กันเลยทีเดียว ส่วนเรื่องที่ปรับทุกข์ ก็คงเรื่องเดิม ๆ เช่น ประเด็นก็อบของ, สินค้าห่วย, หวยในเซเว่น หรือแม้กระทั่งเรื่องดีลเทสโก้ โลตัส ที่ดูเหมือนว่าซีพีจะพยายามเจรจาขอซื้อคืนอยู่ (โดยอ้างว่า ซีพีเนี่ยแหละที่ทำทั้ง แมคโคร และโลตัส ในไทย ก่อนที่จะขายกิจการไปให้กับเจ้าอื่น ซึ่งโลตัสเนี่ยใช่ แต่แมคโครไม่มีข้อมูล ถ้าใครทราบข้อมูลช่วยคอมเมนต์มาด้านล่างด้วยครับ) จนตอนนี้ ผ่านไปหนึ่งวันเต็ม เนื่องจากผมไม่ได้เข้าร้านสะดวกซื้อเลยในช่วงนี้เลยไม่ได้สังเกตว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร (แถมช่วงนี้ไม่ได้ผ่านหน้าเซเว่นด้วย) แต่ผมเชื่อว่าหลายคนเองก็อยากจะร่วมกระบวนการแบน 7-Eleven ห้าวันตามกระแส แต่ติดปัญหาว่า ตัวเองพึ่งเซเว่นมาตลอดชีวิต (หรือว่าขาดไม่ได้ถ้าไม่มีมัน) วันนี้ ผมเลยขอเสนอการใช้ชีวิตที่ปราศจากเซเว่นในกรณีต่าง ๆ ดังนี้ครับ ในกรณีที่ร้านสะดวกซื้อมีมากมายหลายเจ้าในระแวกที่เราอยู่ หรือพบเจอบ่อย งานนี้หวานหมูครับ เพราะว่ามีร้านค้าอื่น ๆ ให้แอ้มอีกมากมาย แต่ที่จะมาแนะนำนี้มีอยู่ไม่กี่เจ้าครับ 1. Family Mart ผมเป็นแฟนประจำของร้านนี้เลยครับ เพราะว่าของในนั้นแม้จะมีบางอย่างไม่เยอะเท่าเซเว่น แต่ของค่อนข้างหลากหลายและมีเอกลักษณ์ ปัจจุบัน เจ้าของคือกลุ่มเซ็นทรัล และเมื่อมันอยู่ในกลุ่มเซ็นทรัล แน่นอนว่าสามารถใช้ The 1 Card ได้ และนับตั้งแต่มันใช้ The 1 Card ได้นั้น …

Continue Reading

ว่าด้วยเรื่องของ Java

public class Main { public static void main(String[] args) { System.out.println(“I hate writing in Java-style”); } } คือผมเองต้องเขียนจาวาเป็นประจำ และมีเพื่อนผมมักจะบอกกับผมอยู่เสมอว่า “ทำไมเอ็งเขียนปีกกาแบบนี้! มันไม่โปรนะเว้ย” คือผมถนัดกับ syntax ของภาษาซีเพราะโค้ดมันสะอาดตามากกว่า (และไม่ชอบการเขียนโค้ดที่เอาปีกกาไปไว้หลังพวก method/constructor อะไรพวกนี้เลย แม้จะดูไม่โปร แต่ interface ในการเขียนโค้ดมันอ่านง่ายกว่า Java มาก แม้แต่เฮีย Terry Myerson ยังพูดในงาน Build 2015 เลยว่า “โค้ดอันยุ่งเหยิงของ Objective-C” ซึ่งการเขียนโค้ดมันสไตล์ใกล้เคียงกับ Java มาก ผมเกลียดตรงนั้นแหละ มันอ่านยาก ฉะนั้น แม้ว่าผมจะเขียน Java แต่ก็ใช้สไตล์การเขียนแนว C ซึ่ง applied ไปได้มากกว่าในภาษาอื่น ๆ แถมเป็น standard เดียวไม่เหมือน Java ที่ดูยุ่งเหยิงเหลือเกิน ==”

Continue Reading

Visual Studio Code

ตอนงาน Build 2015 ที่ผ่านมา มีไฮไลท์หนึ่งที่หลายสื่อไอทีกระแสหลักไม่ค่อยพูดถึงกันเลย นั่นก็คือ Visual Studio Code ซึ่งเป็นโปรแกรมที่โฟกัสไปที่ โค้ด, git และ cooperating บน Visual Studio Online (ที่เวอร์ชันฟรีรองรับได้สูงสุด 5 คน) และที่เหนือกว่าคือ มันรองรับทั้ง Windows (PC), Mac และ Linux ตอนแรก ไอ้เราก็ไม่ได้สนใจอะไรมันหรอกนะ เพราะว่าเราเองก็ใช้งาน Visual Studio Community เวอร์ชันฟรีอยู่แล้ว และก็ใช้แต่ Windows ไม่ได้ใช้ Mac หรือ Linux แต่เมื่อเห็นฟังก์ชันหนึ่งใน Visual Studio Code ก็คือ มันรองรับ Java ครับพี่น้อง (บน Visual Studio ปกติไม่รองรับ Java นะครับ ต้องโหลดส่วนเสริมมาใช้) เลยไม่รอช้า โหลดมาใช้ทันที หน้าเว็บ Visual Studio Code หน้าตาตอนติดตั้งถือว่าไม่มีอะไรเลย เราไม่ต้องกดอะไรทั้งสิ้น ไม่มี User Account Control ใด ๆ ทั้งสิ้น ติดตั้งไม่ถึงนาทีก็ได้ Visual Studio Code มาใช้แล้ว และด้วยความที่เราไม่ต้องทำอะไรเลยในช่วงติดตั้ง มันจึงง่ายและไม่มีอะไรซับซ้อน เหมาะสำหรับเซียนโค้ดตัวจริง (เพราะขนาดหน้า settings ยังเป็นโค้ดแบบ JSON เลยครับ) ฟังก์ชันการเขียนโค้ดค่อนข้าง plain มาก เรียบง่าย แต่ดูมีความเป็นมืออาชีพสูง แต่ที่ไม่ชอบเลยคือตอนเวลาเซฟไฟล์ ไม่มีให้เลือกว่าให้เซฟเป็นไฟล์ไหน ต้องคีย์นามสกุลเองว่าใช้ไฟล์อะไร และอีกอย่างคือ มันไม่มีตัวช่วยเกี่ยวกับ syntax เลย แต่ก็อย่างว่าแหละ มันคือโปรแกรมสำหรับการเขียนโค้ดจริง ๆ สรุปคือ …

Continue Reading

หายไปไหนนาน

สำหรับคนที่กด subscribe บล็อกของผม เห็นโพสต์นี้แล้วหลายคนแปลกใจว่าทำไมผมหายไปไหนมาตั้งนาน คำตอบสั้น ๆ คือ account โดน suspend ชั่วคราวครับ (หายไปเป็นปีเลย) ตอนนี้กลับมาแล้วครับ แต่อาจจะเขียนนาน ๆ ที ถ้าหากท่านอยากติดตามแบบเต็ม ๆ แนะนำให้กด follow ใน Twitter @Be1con ไปก่อนได้ครับ (บ่นพร่ามยาวเป็นประจำ (ฮา))

Continue Reading

สมาคมบล็อกเกอร์ในอุดมคติของผม

ผมเห็นทวีตของคุณมาร์คแห่ง Blognone ทวีตเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ส่วนตัวผมก็อยากให้มีสมาคมนี้นะ เพราะว่าดูเป็นเอกเทศ และการที่เป็นสมาชิกสมาคมบล็อกเกอร์นั้นก็น่าจะได้รับการยอมรับแบบเดียวกับสมาคมนักข่าว ว่าจะตั้งสมาคมบล็อกเกอร์ เตรียมสมัครเป็นตัวแทนสาขาอาชีพบล็อกเกอร์ในสภาประชาชน นโยบาย “1 idc 1 กองพันคุ้มกัน” #เลือกผมนะครับ— Isriya Paireepairit (@markpeak) 9 ธันวาคม 2013 ทุกวันนี้ผมเป็นบล็อกเกอร์แบบ freelance คือมีหลักแหล่งของตัวเองด้วย มีที่ฝังตัวประจำด้วย ผมเลือกที่จะเป็นบล็อกเกอร์มากกว่านักข่าวเพราะว่า  บล็อกเกอร์มีอิสระ ไม่จำเป็นต้องสังกัดใครก็ได้ ต่างกับนักข่าวที่เมื่อไม่มีที่สังกัดก็จะดูไม่ดี และขาดความน่าเชื่อถือ แม้ว่า source จะดีก็ตาม  บล็อกเกอร์ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่ ชาวบล็อกส่วนใหญ่มักจะทำงานหน้าคอม มีออกอีเวนต์บ้างเล็กน้อย บางคนก็อีเวนต์เสริมสวย บางคนก็อีเวนต์ไอที หรือบางคนก็ท่องเที่ยวบ้างก็มี แต่ส่วนตัวผมมองว่า บล็อกเกอร์เสี่ยงอันตราย “น้อยที่สุด” ในบรรดา journalist ทั้งหมด  บล็อกเกอร์ ไม่ต่างจากนักข่าว เพียงแต่มีหลักแหล่งเป็นของตัวเอง (คล้าย ๆ กับข้อ 1.)   บล็อกเกอร์ ไม่จำเป็นต้องเรียกว่าเป็นอาชีพ เพราะบล็อกเกอร์หลายรายก็มีงานประจำอยู่แล้ว เช่นคุณคงเดช (@kafaak) ก็เป็นคอลัมนิสต์ของนิตยาสารแห่งหนึ่ง, คุณมาร์คแห่ง Blognone ก็มีงานที่ กสทช. หรือแม้แต่ผมเองก็มีงานคือเรียนครับ (ฮา)  จากที่ว่ามาทั้งหมดนี้เหมือนกับว่าผม born to be a Blogger จริง ๆ นะครับ และด้วยวิถีทางที่ไม่ค่อยเข้ากับสมาคมเว็บมาสเตอร์สักเท่าไร จึงคิดอยากจะมีสมาคมบล็อกเกอร์ตั้งแยกมาเลย เพื่อบริหารงานด้านนี้โดยตรง  แล้วผมอยากเห็นอะไรในสมาคมนี้   ผมอยากเห็นการได้รับการยอมรับว่าบล็อกเกอร์อยู่ในระดับใกล้เคียงกับนักข่าว  บล็อกเกอร์ต้องมีอิสระ (ภายใต้ขอบเขต)  บล็อกเกอร์ต้องได้รับสิทธิ์คุ้มครองตามกฎหมาย  บล็อกเกอร์ต้องมีมาตรฐานเดียวกัน  บล็อกเกอร์จะเป็นใครก็ได้ ขอแค่คุณมีใจรักกับมัน  การได้รับการยอมรับในสังคมว่า บล็อกเกอร์ เป็นอาชีพรูปแบบหนึ่งที่มีอิสระ และปฏิบัติงานด้วยความพอใจของตัวเอง ภายใต้กรอบและระเบียบที่มีต่อสมาคม  นี่คือความคิดในอุดมคติของผม ถ้ามีใครคิดจะตั้งสมาคมนี้ อย่าลืมเรียกผมไปสมัครด้วยนะครับ  หมายเหตุ: ตอนนี้ยังไม่มีสมาคมนี้นะครับ ทั้งหมดนั้นเป็นคอนเซปต์ที่อยู่ดี ๆ มันแล่นในหัวผม ถ้าใครสนใจก็เอาไปใช้ได้ ไม่ต้องว่ากัน แต่ถ้าให้ผมเป็นกรรมการด้วยก็ขอบคุณมากครับ  ป.ล. ผมต้องขอบคุณคุณมาร์คแห่ง Blognone สำหรับแรงบันดาลใจในการคิดคอนเซปต์สมาคมบล็อกเกอร์ ในอุดมคติของผมด้วยครับ This content’s form kittananj.blogspot.com

Continue Reading

Facebook กับ Promoted Post

จากกรณีที่ Facebook จะค่อย ๆ ลดจำนวนคนเข้าชมเพจลงไปเรื่อย ๆ เพื่อผลักดันให้แอดมินเพจเข้าซื้อโฆษณาบน Facebook มากขึ้น ส่วนตัวมองแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลยกับการกระทำของ Facebook ที่เริ่มบีบคั้นให้คนซื้อโฆษณาใน Facebook มากขึ้น ซึ่งเท่ากับว่า ต่อไปนี้เวลาเราจะทำเพจ ก็ไม่ใช่เพจที่คนทั่วไปทำได้ ต้องมีเงินทุนมากพอ และมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องกับทุกโพสต์ เท่ากับว่า จะทำให้แอดมินในแต่ละเพจเริ่ม “ไม่เห็นโอกาส” ของการเติบโตใน Facebook (แต่ถ้าหากเป็นพวกเหล่านักลงทุนต่างก็จะบอกแต่ว่าลงทุนไปเหอะ คุ้ม! แต่ในแง่ของแอดมินที่เป็น normal user จะเห็นว่าไม่คุ้มทุนกับการเริ่มทำธุรกิจเล็ก ๆ) สำหรับผมแล้วผมก็มองว่าไม่คุ้ม และ Facebook ก็เริ่มขูดรีดเหล่าแอดมินมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดแล้ว จากที่เคยเป็นเพจที่สร้างขึ้นมาง่าย ๆ ไม่กี่คลิก กลายเป็นว่าต้องเตรียมเงิน เตรียมบัตรเครดิต เตรียมสปอนเซอร์ต่าง ๆ ส่วนข้ออ้างที่ Facebook บอกว่า การทำแบบนี้จะทำให้คนสามารถเห็น content ที่จากที่ต่าง ๆ มากขึ้น เป็นความคิดที่ผิดมากสำหรับ Facebook เพราะจากที่สิ่งที่คุณทำ มันไม่เป็นผลดีต่อ Facebook เลยแม้แต่น้อย สุดท้ายโลกของ Facebook ก็จะมีแต่ โฆษณา โฆษณา โฆษณา โฆษณา และโฆษณา ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น คนก็อาจจะย้ายไปที่อื่นเช่น Twitter หรือ Google+ ไปแล้วก็ได้ This content’s form kittananj.blogspot.com

Continue Reading
FILED UNDER: WTF

เราเกลียดโซนี่

จั่วหัวไว้ดักสาวกโดยเฉพาะเลยครับ จริง ๆ เราไม่ได้เกลียดโซนี่มากถึงขนาดต้องแบนยี่ห้อนี้ แต่นับวันสาวกอารยธรรม (คณะบริหารก็ด้วย) ก็เริ่มสร้างความไม่พอใจกับตัวผมมากขึ้นเรื่อย ๆ เคสแรกคือ “สาวก” ใช่ครับสาวก สาวกโซนี่ (โดยเฉพาะใน Blognone) มีนิสัยที่ค่อนข้างแย่ และเกรียน แขวะคนอื่นไปทั่ว แถมไม่ลืมหูลืมตาดูความจริงอีกต่างหาก เคสที่สอง ผู้บริหารที่สร้างความน่าหมั่นไส้มากขึ้นทุกวัน ยกตัวอย่างเช่นกรณีที่โซนี่ไล่แขวะ Xbox One ทุกวัน จนผมรู้สึกว่ามันคล้าย ๆ กับนักการเมืองในไทยบางคนนะ (อุ๊ย! ลืมไปว่าแถวนี้มีคนไปดูนักการเมืองกลุ่มนี้อยู่นิหว่า) แค่สองเคสนี้ ผมก็หมดศรัทธากับโซนี่แล้วครับ (โดยเฉพาะ PlayStation ส่วนตัวผลิตภัณฑ์อื่นซื้อได้ แต่ถ้า PlayStation 4 กับ Xperia คงไม่ซื้อแน่ ๆ ครับ) This content’s form kittananj.blogspot.com

Continue Reading
FILED UNDER: WTF